ครอบครัวดาบตำรวจ ถูกทายาทกระทิงแดงชนดับ เปิดใจรับสภาพคดีไม่คืบ

วรยุทธ อยู่วิทยา


พี่ชายดาบตำรวจถูก วรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทกระทิงแดงซิ่งชนเสียชีวิต เริ่มทำใจรับสภาพ หลังผ่านไป 5 ปี คดีไม่คืบ รับไม่ฟ้องเพิ่มหลังทำสัญญาเงินสด 3 ล้าน แต่ยังคาดหวังในกระบวนการยุติธรรม อยากพิสูจน์ว่ามีการแบ่งคนจนคนรวยไม่ใช่เรื่องจริง

          วันที่ 23 มีนาคม 2559 นายพรอนันต์ กลั่นประเสริฐ อายุ 58 ปี พี่ชายของ ด.ต. วิเชียร กลั่นประเสริฐ อายุ 47 ปี อดีตผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่สายตรวจ สน.ทองหล่อ ที่เสียชีวิตหลังจากถูกรถยนต์ของนายวรยุทธ อยู่วิทยา อายุ 28 ปี ลูกชายคนเล็กของ นายเฉลิม อยู่วิทยา เจ้าของธุรกิจกลุ่มกระทิงแดง เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2555 กล่าวว่า ตนติดตามข่าวมาโดยตลอดแต่เรื่องก็ยังเงียบจนผ่านมา 5 ปี คดีก็ยังไม่คืบ ซึ่งก็คาดไว้แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้

ทายาทกระทิงแดง เข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว
 

          นายพรอนันต์ กล่าวต่อว่า ตนเห็นคดีขับรถชนคนตายมาหลายคดีก็ไม่เห็นจะถูกลงโทษ อย่างคดีขับรถชนคนตาย 9 คนยังไม่เป็นอะไร ซึ่งน้องชายตนเป็นตำรวจชั้นผู้น้อยถูกคนรวยขับรถชน ครอบครัวจึงไม่คาดหวังอะไรมาก ที่ผ่านมาคู่กรณีก็ส่งทนายมาพูดคุยทำสัญญาว่าจะจ่ายเงินชดเชยเยียวยาครอบครัวเป็นเงินสดจำนวน 3 ล้านบาท จากที่ขอไปตอนแรก 8 ล้าน ซึ่งทำสัญญาว่าครอบครัวตนจะไม่ฟ้องร้องอะไรอีก เราก็ทำตามสัญญาว่าจะไม่ฟ้องเอง แต่ในส่วนคดีอาญาก็ยังคงดำเนินอยู่และตนก็ยังคาดหวังในกระบวนการยุติธรรมว่าจะเห็นความคืบหน้าของคดี ตนก็อยากพิสูจน์เหมือนกันว่าความยุติธรรมที่บอกว่าไม่แบ่งรวยจนนั้นไม่ใช่เรื่องจริง รวมทั้งจากการตามข่าวล่าสุดตนก็ทำใจและรับสภาพ

สุดท้ายล่ม! สอบปากคำสมเด็จช่วง ดีเอสไอแค่หารือคุยประเด็นคดีรถหรู

สุดท้ายล่ม

คณะของดีเอสไอได้เข้าสอบปากคำสมเด็จช่วง ที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ สรุปเป็นเพียงการพูดคุยความชัดเจนของประเด็นการสอบสวน โดยทนายยืนยันต้องการให้ดีเอสไอกลับไปทำหนังสือสรุปข้อซักถามคดีรถหรูให้ชัดเจน คาดว่าใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์…

จากกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมเข้าสอบปากคำ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ผู้ครอบครองรถเบนซ์โบราณ หมายเลขทะเบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร ในพยาน วันที่ 16 มี.ค.นี้ ตามคำเชิญของทนายความวัดปากน้ำฯ คืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 16 มี.ค. ที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ ย่านภาษีเจริญ ฝั่งธนบุรี โดยบรรยากาศที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญในช่วงเย็นที่ผ่านมา ยังคงมีพุทธศาสนิกชน เดินทางเข้ามาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ กันอย่างต่อเนื่อง โดยทางวัดยังคงมีการทำวัดเย็นตามปกติเช่นทุกวันที่ผ่านมา

ล่าสุดเมื่อเวลา 21.00 น. นายสมศักดิ์ โตรักษา หัวหน้าทีมกฎหมายวัดปากน้ำ กล่าวว่า หลังจาก พ.ต.ท.สมบูรณ์ รองอธิบดีดีเอสไอ มาในฐานะตัวแทนอธิบดีดีเอสไอ และคณะพนักงานสอบสวนประมาณ 10 นาย ส่วนทีมทนายวัดปากน้ำมีตนและคณะทำงาน 4 คน เบื้องต้น สมเด็จช่วงก็ได้ลงมาพูดคุยกับสักพักหนึ่งก่อนจะขึ้นกุฏิ นอกนั้นคุยกับทีมทนาย ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. เรื่องที่หารือกันวันนี้มีประเด็นหลักๆ คือ ให้ทางดีเอสไอกลับไปทำหนังสือกำหนดประเด็นการสอบ โดยต้องปรึกษาและรับการอนุมัติจากอธิบดีดีเอสไอด้วย ส่วนประเด็นที่สอบนั้นต้องอยู่ในกรอบ และเป็นเรื่องที่ท่านรู้ เช่นเรื่องเงิน เช็ค การลงชื่อลายเซ็นสมเด็จช่วงจริงหรือไม่ การรับรถ อุปกรณ์จัดซื้อจัดจ้างบางอย่าง ที่ผู้มีจิตศรัธาบริจาคเงินให้มาซื้อรถคันดังกล่าว รวมทั้งสมเด็จได้ทำตามเจตนารมณ์ นำรถมาแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑ์ วัดปากน้ำฯ ส่วนประเด็นอื่นที่ท่านไม่รู้เรื่อง ท่านก็ตอบไม่ได้ ส่สนกรณีลายเซ็นลงนามเอกสารต่างๆ ท่านก็ยินดีชี้แจง

“วันนี้เป็นสมเด็จช่วงอยู่ในฐานะเป็นผู้ให้ถ้อยคำ หรือเปรียบเสมือนพยาน ส่วนเรื่องที่ดีเอสไอขอให้เร่งสอบปากคำ เนื่องจากต้องส่งสำนวนคดี ท่านก็ยินดีให้ความร่วมมือ แต่ขอให้อธิบดีดีเอสไอ ทำเอกสารชี้แจงประเด็นที่จะสอบมาให้ทีมทนายวัด ซึ่งท่านก็บอกว่าใครผิด ใครถูกก็ว่ากันไป การชี้แจงต้องให้เกิดความกระจ่าง ฝ่ายกฎหมายไม่กังวล ทั้งหมดจะได้กระจ่าง สมเด็จช่วงรู้ว่ารถผิดกฎหมายก็คืนให้ผู้บริจาค ส่วนทางดีเอสไอส่งเอกสารประเด็นสอบมาถึงวัดเมื่อไหร่ ทางวัดจะตอบข้อซักถามชี้แจงกลับไปภายใน 1 อาทิตย์ และวันนี้พระมหาศาสนมุนี (พระธนกิจ สุภาโว) หรือหลวงพี่แป๊ะ ไม่ได้เข้าร่วมสอบ ซึ่งต้องซักถามทางทนายหลวงพี่แป๊ะเอง ส่วนทีมวันนี้เป็นทีมทนายสมเด็จช่วง” หัวหน้าทีมกฎหมายวัดปากน้ำ กล่าว.

ที่มา>>>Thairath

“นุ่งซิ่น ไม่นุ่งสั้น” โครงการที่ต้องดันให้ดัง

"นุ่งซิ่น ไม่นุ่งสั้น" โครงการที่ต้องดันให้ดัง

“นุ่งซิ่น ไม่นุ่งสั้น” โครงการที่ต้องดันให้ดัง

น่าสนใจมาก…และน่าสนับสนุน สำหรับโครงการ “นุ่งซิ่น ไม่นุ่งสั้น” โครงการริเริ่มของม.ราชภัฎนครศรีธรรมราช โดยเริ่มจาก นศ.ภาควิชาภาษาอังกฤษธุรกิจ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ที่มีอยู่ 150 คน

ต้องยอมรับว่า อาจารย์ที่ทำโครงการกล้าหาญมาก ที่สามารถทำโครงการออกมา และ นักศึกษาก็ให้การยอมรับ แม้ว่าแรกๆจะมีเขินๆอยู่บ้าง…

แท้จริง การพยายามผลักดันหรือชักชวนให้นักศึกษาสาวๆ หันมาสนใจแต่งกายด้วยผ้าไทย ผ้านุ่ง ผ้าซิ่น ซึ่งเป็นเครื่องแต่งการแต่เก่าก่อน ที่ดูมีเอกลักษณ์มีเสน่ห์ และ ลดปัญหาการแต่งการล่อแหลมอันจะนำไปสู่ภัยจากการถูกคุกคามทางเพศได้ นั้น มีการริเริ่มมาในสถาบันทางภาคอีสาน อย่างเมืองชัยภูมิ ขอนแก่นสถาบันการศึกษาก็ชักชวนให้นักศึกษาหันมาสนใจนุ่งซิ่น มากขึ้นเช่นกัน โดยได้รับความสนใจจากสื่อบ้าง แต่ก็ไม่โด่งดังมากมาย

เช่นกัน การริเริ่มโครงการของ ม.ราชภัฏนครศรีธรรมราชครั้งนี้ก็เช่นกัน มีสื่อให้ความสนใจ มีนักศึกษาเข้าร่วมบ้าง แต่ก็ยังมีจำนวนน้อย

ทั้งที่จริง ส่วนราชการ หรือ หน่วยงานต่างๆน่าสนับสนุน นะครับ ร่วมกันสร้างเอกลักษณ์ของการแต่งกายแบบไทยๆ ให้กลับมาอีกครั้ง จริงๆแล้ว ความนิยมผ้านุ่ง ผ้าซิ่น โดยเฉพาะผ้าที่มีการทอลาย ปักลาย ที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นสินค้าทางวัฒนธรรม ที่ได้รับความนิยมจากฝรั่งต่างชาติไม่น้อยมาช้านาน หรือแม้แต่คนไทยเองก็มีกลุ่มที่นิยมผ้าไทยอยู่บ้างเหมือนกันแต่ไม่กว้างขวางนัก

การที่มีการชักชวนคนรุ่นใหม่ นักศึกษา ตามมหาวิทยาลัยมาสวมใส่ผ้าไทย นุ่งซิ่น ไม่นุ่งสั้น น่าจะมีการรณรงค์ในทุกมหาวิทยาลัย และนักออกแบบ หรือ ภาควิชาเกี่ยวกับการออกแบบตามสถาบันศึกษาก็น่าจะมีการออกแบบ ผ้านุ่ง ผ้าซิ่นให้มีความทันสมัย มีความคล่องตัวมากขึ้น สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้มากยิ่งขึ้น

วันนี้เราเห็นวงการแฟชั่นเมืองนอกเมืองนา เขาก็เอาผ้าซิ่น ผ้านุ่งของเรา ไปออกแบบเดินแฟชั่นในเวทีเป็นที่ฮือฮามาแล้ว ก็น่าจะเป็นโอกาสดีนะครับ ที่จะปลุกกระแสให้คนไทยโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่หันมานุ่งซิ่น ไม่นุ่งสั้น หรือหันมานิยมผ้าไทยให้มากยิ่งขึ้น บางทีจากกระแสเล็กๆอาจจะช่วยสร้างกระแสนิยมขึ้นมาได้ อาจจะช่วยสนับสนุนอาชีพของคนไทย สนับสนุนเศรษฐกิจของชุมชน เสริมเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไปด้วยอีกทาง

ในยามที่ประเทศกำลังมึนงงกับเศรษฐกิจที่ต้องพึงพาเศรษฐกิจโลก เมื่อโลกซบเซา ก็ทำให้เศรษฐกิจเราตกกระไดพลอยซบไปด้วย การหันกลับมาเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ ที่เป็นของเราเอง อาจจะเป็นทางออก เป็นหนทางในการรับมือกับสิ่งที่ไม่แน่นอนที่เราไม่สามารถควบคุมได้จากภายนอก ก็ได้นะครับ…เห็นเขาผลักดันช้อปช่วยชาติมาแล้ว…ก็ลองมาผลักดัน..โครงการเล็กๆ อย่างนุ่งซิ่น ไม่นุ่งสั้น ดูบ้างเพื่อเริ่มจากสิ่งเล็กๆดู ก็ดีเหมือนกันนะครับ……

โดย : เปลวไฟน้อย

รวบมือปืนสาวหาดใหญ่ เปิดศึกชิงนาย ยิงเจ้าของร้านเสริมสวยดับ

รวบมือปืนสาวหาดใหญ่ เปิดศึกชิงนาย ยิงเจ้าของร้านเสริมสวยดับ

รวบมือปืนสาวหาดใหญ่ เปิดศึกชิงนาย ยิงเจ้าของร้านเสริมสวยดับ

ตำรวจรวบสาวหาดใหญ่วัย 35 ปี มือยิงเจ้าของร้านเสริมสวยดับ สาเหตุเพราะแย่งผู้ชายคนเดียวกัน

(10 มี.ค.) ที่หน้ากองบังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา พล.ต.ต.พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญะวงศ์ ผบก.ภ.จว.สงขลา แถลงข่าวจับกุมตัว น.ส.อรอุมา อายุ 35 ปี อยู่ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตามหมายจับศาลจังหวัดสงขลา และนายต้อย (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ตามหมายจับศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสงขลา

ข้อหาใช้อาวุธปืนขนาด .38 ยิง น.ส.นฤมล เจ้าของร้านเสริมสวย ใน ต.วัดขนุน อ.สิงหนคร จ.สงขลา จนเสียชีวิตภายในร้าน เมื่อวันที่ 17 ก.พ.59 ที่ผ่านมา

โดยตำรวจยึดรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ไอ สีน้ำเงิน หมวกกันน๊อค สีดำ คาดแถบสีแดง-บรอนด์ 1 ใบ กางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน 1 ตัวเสื้อกีฬาคอวีแขนสั้น สีดำคาดสีแดงทางตรงด้านหน้า 1 ตัว อาวุธปืนพกสั้นแบบรีวอลเวอร์ ยี่ห้อสมิทธแอนด์เวสสัน ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก และกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 6 นัด ไว้เป็นของกลาง

พล.ต.ต.กฤษกรเปิดเผยว่า ในเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ จึงได้นำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ม่วงงาม เพื่อดำเนินคดีข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีและพาอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรแก่พฤติการณ์โดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนสาเหตุมาจากแย่งผู้ชายคนเดียวกัน โดยมีนายต้อย หลานชาย เป็นผู้จัดหาอาวุธปืนและขับรถจักรยานยนต์พาไปก่อเหตุ

นางสุรัตน์ อายุ 57 ปี มารดาของผู้เสียชีวิต ได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว และขอให้ผู้ต้องหาชดใช้กรรมตามกฎหมาย

ดีเจเก่ง รับสารภาพ คุก 3 เดือน 15 วัน ไม่รอลงอาญา

ดีเจเก่ง รับสารภาพ คุก 3 เดือน 15 วัน ไม่รอลงอาญา

ดีเจเก่ง รับสารภาพ คุก 3 เดือน 15 วัน ไม่รอลงอาญา

จากกรณี นายภัทรศักดิ์ หรือ เก่ง อายุ 35 ปี อดีตดีเจคลื่นวิทยุ 89.5 ขับรถกระบะโตโยต้าไฮลักซ์ สีดำ ถอยหลังชนกับรถเก๋งโตโยต้ายาริส ของคู่กรณี ที่บริเวณทางเข้าสนามไทยญี่ปุ่น-ดินแดง เมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา

ล่าสุด (7 มี.ค.) เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องพิจารณา 31 ศาลแขวงพระนครเหนือ ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดพร้อมคู่ความ คดีหมายเลขคดีดำ ที่อ.1116/2558 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีศาลแขวง(พระนครเหนือ) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายภัทรศักดิ์ ในความผิดฐานขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น ทำร้ายร่างกายให้เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายทางร่างกายและจิตใจ และทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือตกใจ

โดยเมื่อวันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา จำเลยให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ศาลจึงนัดพร้อมในวันนี้เพื่อตรวจพยานหลักฐาน แต่ก่อนที่ศาลจะเริ่มขบวนการ จำเลยหรือดีเจเก่ง ได้แถลงต่อศาลขอกลับคำให้การรับสารภาพ ตามฟ้องโจทก์ โดยศาลสอบถามอัยการแล้วไม่คัดค้าน

ศาลพิจารณาพยานหลักฐานประกอบคำรับสารภาพจำเลยแล้วเห็นว่า การกระทำความผิดตามฟ้อง จึงพิพากษาจำคุก เป็นเวลา 7 เดือน แต่จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุให้บรรเทาโทษ เห็นควรลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน 15 วัน และเมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีศาลเห็นว่าพฤติการณ์ร้ายแรง ก่อเหตุบนถนนสาธารณะในเวลากลางวัน จึงไม่มีเหตุให้รอการลงโทษ โดยศาลให้เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ และยึดรถกระบะคันดังกล่าว

ทั้งนี้ ภายหลังศาลมีคำพิพากษา นายภัทรศักดิ์ ได้ยื่นหลักทรัพย์ เป็นเงินสด 15,000 บาท เพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์คดี ศาลพิจารณาคำร้องและหลักทรัพย์จำเลย อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลย โดยตีราคาประกัน 15,000 บาท

สัตว์ทะเลประหลาดนับหมื่นเกยหาดภูเก็ต ชาวบ้านหวั่นภัยธรรมชาติ

สัตว์ประหลาด

 

(7 มี.ค.) บริเวณชายหาดกมลามีสัตว์ประหลาดลักษณะเนื้อเยื่อคล้ายแมงกะพรุนแต่มีขนาดเล็กคล้ายหอย ถูกคลื่นซัดขึ้นมาเกลื่อนชายหาดเป็นแนวยาวประมาณ 500 เมตร ในเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นตัว ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่บางรายกังวลว่าอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกเหตุ หรือสัญญาณเกี่ยวกับภัยธรรมชาติ

ผู้สื่อข่าวจึงลงไปและเก็บทั้งภาพนิ่งและวีดีโอไว้เป็นหลักฐานเพื่อส่งให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องตรวจพิสูจน์ว่าเป็นสัตว์ประเภทใด ขึ้นมาบนฝั่งได้อย่างไร เพราะที่ผ่านมาไม่เคยเหตุมีสัตว์ทะเลลักษณะดังกล่าวถูกคลื่นซัดขึ้นฝั่งเลย

ด้าน นายสมเกียรติ ขอเกียรติวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน กล่าวว่า ตนเองได้ทราบเรื่องและเห็นภาพแล้ว ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นปลิงทะเล แต่ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจน เนื่องจากต้องให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปเก็บตัวอย่างสัตว์ที่เกยชายหาดอยู่มาวิเคราะห์

นอกจากนั้นก็จะให้เจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างน้ำ ตะกอนที่บริเวณชายหาดเพื่อมาตรวจสอบด้วย เพื่อจะหาสาเหตุของการเกยตื้นในครั้งนี้ ซึ่งในจังหวัดภูเก็ตยังไม่เคยได้รับรายงานว่ามีปลิงทะเลเกยตื้นตามชายหาดต่างๆแต่อย่างใด มีแต่เพียงที่ประเทศมาเลเซียและประเทศเวียดนาม เมื่อ 2-3 ปี ที่ผ่านมา ที่ขึ้นมาเกยตื้นเป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม บรรยากาศบริเวณหาดกมลา พบว่านักท่องเที่ยวยังคง เล่นน้ำ อาบแดด ขับเจ็ตสกีและทำกิจกรรมอื่นๆตามปกติ โดยไม่ตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด

ทึ่ง!! พบโรงพักเก่าแก่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ไม้สักทั้งหลัง

โรงพักเก่า

 

พบโรงพักเก่าสมัยสงครามโลกครั้งที่2ในจ.เชียงใหม่ปลูกสร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง จนท.ยังใช้งานอยู่จนถึงปัจจุบัน
วันนี้(3 มี.ค.59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโรงพัก สถานีตำรวจภูธรตำบลแม่วิน ตำบลแม่วิน อำเภอสันป่าตอง เป็นอาคารสองชั้นทำด้วยไม้สักทั้งหลังบนชั้นสองมีห้องขังและห้องทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังคามุงด้วยสังกะสีปลูกสร้างตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2เนื่องจากสมัยนั้นการเดินทางเข้าพื้นที่ดังกล่าวเป็นไปด้วยความยากลำบาก แม้จะอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่เพียง 60 กิโลเมตร ประกอบกับพื้นที่ตำบลแม่วิน เป็นหนึ่งในเส้นทางเดินทัพของทหารญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
 
นอกจากนี้พื้นที่ดังกล่าวติดต่อกับอำเภอสะเมิงและอำเภอแม่แจ่ม
ซึ่งสมัยหนึ่งมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์และมีการแพร่ระบาดของยาเสพติด จึงได้มีการตั้งโรงพักแห่งนี้ขึ้นมาแต่ปัจจุบันได้มีการแยกอำเภอแม่วาง ออกจากอำเภอสันป่าตอง ทำให้สถานีตำรวจภูธรตำบลแม่วินถูกยุบรวมกับสถานตำรวจภูธรแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ แต่เนื่องจากพื้นที่ตำบลแม่วิน อยู่ห่างจากตัวอำเภอแม่วางกว่า20กิโลเมตร ทำให้ยังคงโรงพักแห่งนี้ไว้ โดยตั้งเป็นหน่วยบริการประชาชนตำบลแม่วินมีเจ้าหน้าที่ประจำการตลอด 24 ชม. จนถึงปัจจุบัน
ทั้งนี้ พ.ต.อ.วงศพัทธ์ จำรูญพันธุ์ รักษาราชการแทน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแม่วาง(ผกก.สภ.แม่วาง) กล่าวว่า แม้จะมีการยุบรวมสถานีตำรวจภูธรตำบลแม่วิน มารวมกับสถานีตำรวจภูธรแม่วางเมื่อ15ปีก่อน แต่ทางผู้บังคับบัญชาระดับสูงได้มีนโยบายอนุรักษ์โรงพักเก่าเอาไว้เนื่องจากยังสามารถใช้การได้

กระบี่กวดขันลักลอบให้บริการปีนหน้าผากระโดดน้ำ เสี่ยงอันตราย

เกาะกระบี่

 

กวดขันลักลอบให้บริการปีนหน้าผา จ.กระบี่ หลังพบชาวต่างชาติปีนหน้าผาและกระโดดจากที่สูงลงทะเล เสี่ยงเกิดอัตราย พบผู้ประกอบการนำเที่ยวเพียง 9 รายที่รับอนุญาต

ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอสรายงานว่า ภาพซึ่งบันทึกโดยเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันอุทยานหมู่เกาะปอดะ อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ ขณะลาดตระเวนเพิ่มความเข้มงวด หลังเกิดกรณีผู้ประกอบการนำนักท่องเที่ยวมาปีนหน้าผา ก่อนจะกระโดดลงทะเล บริเวณเพิงผาภูเขา หมู่เกาะปอดะ ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ ซึ่งร่างกายอาจกระแทกกับเรือหรือนักท่องเที่ยวที่เล่นน้ำด้านล่าง ถูกมองว่าเป็นกิจกรรมที่เสี่ยงเกิดอันตรายเป็นอย่างมาก

นายศรายุทธ ตันเสถียร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่เปิดเผยว่า แม้ไม่สามารถจับกุมผู้ประกอบการนำเที่ยวได้ แต่จากนี้จะจัดเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง พร้อมแจ้งให้ผู้ประกอบการนำเที่ยวปืน หน้าผา ที่อ่าวไร่เล ต.อ่าวนาง ให้มาดำเนินการขอนุญาติให้ถูกต้อง หลังตรวจสอบพบว่า มีเพียง 9 ราย ที่ได้รับอนุญาตทำกิจกรรมปีนผา

ไทยตอนบนหนาวเย็น อีสาน-เหนือ-กลาง-ตะวันออก อุณหภูมิลด

อากาศ

 

กรมอุตุฯ ออกประกาศประเทศไทยตอนบนอากาศหนาวเย็น ภาคเหนือ อีสาน กลาง ตะวันออก อุณภูมิลดลง 4-8 องศาเซลเซียส ทะเลอ่าวไทยคลื่นสูง ส่วน กทม.มีฝน 20%

ประกาศจาก กรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับล่าสุด เกี่ยวกับสภาพอากาศอากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย ที่ออกมาเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ระบุว่า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมบริเวณประเทศตอนบนและทะเลจีนใต้แล้ว คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมถึงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นถึงหนาวโดยทั่วไปและมีลมกระโชกแรงบางพื้นที่ โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิจะลดลง 6-8 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 4-8 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้อ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งช่วงวันที่ 25-27 กุมภาพันธ์ 2559 นี้ไว้ด้วย

ทั้งนี้ สำหรับสภาพอากาศในพื้นที่ กรุงเทพฯ และปริมณฑล ตั้งแต่เวลา 06:00 น.วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. อุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อยในระยะ 1-2 วันนี้

“มายด์ วรัทยา” ปลื้มกระแสละครดี ลุ้นไม่ขึ้นจิ้นกับ “ฌอห์ณ” ในจอเท่านั้น

Picture

  “มายด์ วรัทยา” ดีใจกระแสละครดี คนดูแฮชแท็กชื่อละครเพียบ ส่วนกระแสจิ้นกันนอกจอกับพี่ “ฌอห์ณ” นั้น เป็นพี่ชายน้องสาวกันดีกว่า ส่วนละครเรื่อง “นางบาป” รับบทเด่น ยอมรับมีเกร็ง เพราะเล่นเป็นตัวดำเนินเรื่อง ทำให้ต้องมีการเตรียมตัว มีการอ่านบท ทำสมาธิก่อนเข้าฉากทุกครั้ง แง้มมีผลงานละครเรื่องต่อไปกับช่องสาม ใกล้จะบวงสรวงแล้ว รับบทเป็นน้องสาวนางเอก ยังไงฝากแฟนคลับติดตามผลงานด้วย